พาณิชย์จัดโลจิสติกส์แฟร์2010 ฝันเป็นฮับอาเซียนรับการค้าเสรี
กรมส่งเสริมการส่งออกจับมือสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยและสมาคม ผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตรายร่วมจัดงาน Thailand International Logistics Fair 2010 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา "อลงกรณ์" เผยเป็นการจัดงานระดับอาเซียน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และมุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลการพัฒนาและเชื่อมโยงของ LSP ในภูมิภาคอาเซียนรองรับการเปิดเสรีการค้า
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรม ส่งเสริมการส่งออก สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (TNSC) หรือสภาผู้ส่งออกและสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย (HASLA) ได้ร่วมกันจัดงานแสดงสินค้า
โลจิสติกส์ 2553 ครั้งที่ 7 (The 7th Thailand International Logistics Fair 2010 : TILOG 2010) วันที่ 7-11 ตุลาคมศกนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ASIAN LOGISTICS NETWORK >>>Gateway to the World
โดยการจัดงานครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกเวทีหนึ่งที่มีความสำคัญในการยกระดับไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้าของ AEC (ASEAN Economic Community) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 รวมถึงการสร้างพันธมิตรทางการค้าต่างประเทศโดยใช้เครือข่าย โลจิสติกส์ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนและเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์การพัฒนาการเชื่อมโยงของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ในภูมิภาคอาเซียน
"รายได้ของไทยมาจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและบริการสูงถึง 70% ของจีดีพี เป็นชาติแห่งการค้า ไม่ใช่เกษตรกรรมพื้นฐานอีกต่อไป แต่เมื่อหันกลับมามองต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยพบว่ามีสัดส่วนสูงถึง 20% ดังนั้นโลจิสติกส์ไทยวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแข่งขันในตลาดโลก"
ดังนั้นรัฐบาลจึงได้เน้นนโยบายการค้าแบบ 3 วงแหวน 5 ประตู ให้ไทยเป็นศูนย์กลางกับวงแหวนที่ 1 คือ กลุ่มอาเซียน วงแหวนที่ 2 คือ อาเซียน +3 วงแหวนที่ 3 อาเซียน +6 และนโยบาย 5 ประตู จะว่าด้วยการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ New Trade Lane และ New Trade Gateways ที่จะเชื่อมไทยกับโลกโดยผ่านประเทศที่มีพรมแดนติดกัน พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษรองรับตามชายแดนใน 5 ทิศทาง ได้แก่ ประตูสู่ทางเหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ ตะวันตก เชื่อมการค้ากับ พม่า สปป.ลาว มาเลเซีย กัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าการค้าชายแดนปีละ 8 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามการจะเป็น "ชาติแห่ง การค้า" ที่สมบูรณ์ไทยต้องมียุทธศาสตร์ โลจิสติกส์ที่ชัดเจน โดยต้องสร้างศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ รองรับ มีการบริหารภายใต้แนวทาง International Multimodal Transportation and Logistics Hub ที่เชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบไว้ด้วยกัน มีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ นำสินค้าจากภาคเหนือลงแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไปสู่ท่าเรือ
ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมของไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการเพื่อก้าวสู่การยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าวต่อไป
"คาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เข้าชม 10,000 คน จะมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกกว่า 200 บริษัท จำนวน 400 คูหา เข้าร่วมเพราะปีนี้ในวันที่ 4-8 ตุลาคม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะมีงานประชุม FIATA World Congress 2010 ระดับโลกของนักธุรกิจขนส่งและนักธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
กรมส่งเสริมการส่งออกจับมือสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยและสมาคม ผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตรายร่วมจัดงาน Thailand International Logistics Fair 2010 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา "อลงกรณ์" เผยเป็นการจัดงานระดับอาเซียน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และมุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลการพัฒนาและเชื่อมโยงของ LSP ในภูมิภาคอาเซียนรองรับการเปิดเสรีการค้า
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรม ส่งเสริมการส่งออก สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (TNSC) หรือสภาผู้ส่งออกและสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย (HASLA) ได้ร่วมกันจัดงานแสดงสินค้า
โลจิสติกส์ 2553 ครั้งที่ 7 (The 7th Thailand International Logistics Fair 2010 : TILOG 2010) วันที่ 7-11 ตุลาคมศกนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ASIAN LOGISTICS NETWORK >>>Gateway to the World
โดยการจัดงานครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกเวทีหนึ่งที่มีความสำคัญในการยกระดับไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้าของ AEC (ASEAN Economic Community) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 รวมถึงการสร้างพันธมิตรทางการค้าต่างประเทศโดยใช้เครือข่าย โลจิสติกส์ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนและเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์การพัฒนาการเชื่อมโยงของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ในภูมิภาคอาเซียน
"รายได้ของไทยมาจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและบริการสูงถึง 70% ของจีดีพี เป็นชาติแห่งการค้า ไม่ใช่เกษตรกรรมพื้นฐานอีกต่อไป แต่เมื่อหันกลับมามองต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยพบว่ามีสัดส่วนสูงถึง 20% ดังนั้นโลจิสติกส์ไทยวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแข่งขันในตลาดโลก"
ดังนั้นรัฐบาลจึงได้เน้นนโยบายการค้าแบบ 3 วงแหวน 5 ประตู ให้ไทยเป็นศูนย์กลางกับวงแหวนที่ 1 คือ กลุ่มอาเซียน วงแหวนที่ 2 คือ อาเซียน +3 วงแหวนที่ 3 อาเซียน +6 และนโยบาย 5 ประตู จะว่าด้วยการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ New Trade Lane และ New Trade Gateways ที่จะเชื่อมไทยกับโลกโดยผ่านประเทศที่มีพรมแดนติดกัน พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษรองรับตามชายแดนใน 5 ทิศทาง ได้แก่ ประตูสู่ทางเหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ ตะวันตก เชื่อมการค้ากับ พม่า สปป.ลาว มาเลเซีย กัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าการค้าชายแดนปีละ 8 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามการจะเป็น "ชาติแห่ง การค้า" ที่สมบูรณ์ไทยต้องมียุทธศาสตร์ โลจิสติกส์ที่ชัดเจน โดยต้องสร้างศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ รองรับ มีการบริหารภายใต้แนวทาง International Multimodal Transportation and Logistics Hub ที่เชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบไว้ด้วยกัน มีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ นำสินค้าจากภาคเหนือลงแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไปสู่ท่าเรือ
ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมของไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการเพื่อก้าวสู่การยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าวต่อไป
"คาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เข้าชม 10,000 คน จะมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกกว่า 200 บริษัท จำนวน 400 คูหา เข้าร่วมเพราะปีนี้ในวันที่ 4-8 ตุลาคม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะมีงานประชุม FIATA World Congress 2010 ระดับโลกของนักธุรกิจขนส่งและนักธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
ที่มา : ประชาชาติออนไลน์










